วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559

ฐานการเรียนรู้ที่ 1 ปลูกทุกอย่างที่เรากิน กินทุกอย่างที่เราปลูก

            วันที่ 19 ก.ย. 59 ผมเดินทางกลับบ้านได้มีโอกาสแวะที่ศูนย์การเรียนรู้ ของท่านประสิทธิ์  ขึ้นภูเขียว (ปราชญ์สิทธิ์)

 ข้อมูลพื้นฐาน 
ชื่อ : นาย ประสิทธิ์ ขึ้นภูเขียว
อายุ : 50 ปี 11 เดือน 
ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน เลขที่ : 16 หมู่ที่ 17 ชื่อบ้าน คลองชุมแสง ตำบล กุดชุมแสง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัด ชัยภูมิ
โทรศัพท์ 0857642902

           เดิมท่านประกอบอาชีพหลักคือ ทำนา ในเนื้อที่  10 ไร่ เพียงอย่างเดียว โดยอาศัยทำกันเองในครอบครัว และจ้างเขาบ้างช่วงเริ่มเพาะปลูกและฤดูเก็บเกี่ยว  นอกจากนี้ ยังปลูกพริก พืชผักสวนครัวไว้กินและขาย  เมื่อหมดฤดูกาลก็จะไปรับจ้างหารายได้เพิ่ม   ปฏิบัติเช่นนี้มาเป็นเวลาหลายปี  ปีไหนฝนแล้ง  ของแพงหรือราคาข้าวตกต่ำ  เงินที่ได้มาก็ไม่ค่อยพอใช้กับรายจ่ายในครอบครัว  และมีหนี้สินที่จะต้องรับผิดชอบเสียดอกเบี้ยพร้อมต้นเงินอีกด้วย พอปี  2545  จึงเกิดความคิดว่า ทำอย่างไรดีที่จะทำให้ครอบครัวพออยู่พอกินไม่ขัดสนจนเกินไป  จึงเริ่มสนใจศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการเกษตรทฤษฎีใหม่ คือ การทำเกษตรผสมผสาน ตามหลัก  *เศรษฐกิจพอเพียง*  ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ  มีหลักปรัชญา 3 หลักการ (หลักความพอประมาณ  หลักความมีเหตุผล  หลักการมีภูมิคุมกัน)  และ 2 เงื่อนไข (เงื่อนไขความรู้  เงื่อนไขคุณธรรม)  เพื่อให้ประชาชนพออยู่พอกิน  สมควรแก่อัตภาพในระดับที่ประหยัดได้  ไม่อดอยากและเลี้ยงตนเองได้

ท่านได้แบ่งพื้นที่ตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ แต่ที่น่าสนใจและเป็นรายได้หลักของท่านคือ พื้นที่ 1 ไร่ ขุดบ่อปลา 3 บ่อๆละ 6,000-6,500 ตัว ใช้เวลาเลี้ยง 4 เดือน เฉลี่ยขั้นต่ำขายตัวละ10 บาท (หักต้นทุนแล้ว) รายได้ขั้นต่ำจะอยู่ที่  บ่อละ 60,000 บาท เฉลี่ย รายได้ต่อเดือนๆละ 30,000 บาท นอกนั้น รายได้อื่นๆ ไม่เกิน 50,000 บาท/เดือน  ส่วนค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ต่อเดือนท่านบอกว่า ตัวท่านใช้ไม่เกิน 2,000 บาท/เดือน

เลียงทุกอย่างที่ตัวเองกิน เหลือก็ขาย กบเลี้ยงที่ขอบบ่อปลารวม ท่านพูดว่าเลี้ยงไว้ให้เป็นเพื่อนปลา ผมสงสัยว่าทำไมกบถึงไม่กระโดดออกจากกระชัง ท่านยิ้มแล้วพูดว่า ต้องหาคำตอบเอง... กบที่นี่แปลกมากครับมันชอบมองหน้าคน...
ท่านปลูกพื้ชที่กินได้ทุกชนิด เลี้ยงหมู และเพาะเห็ดมีโรงเห็ด ออกตลอดทุกฤดู อาหารไม่มีขาดครับ
มีบ่ออนุบาลปลา และเพาะพันธุ์ขาย กบ ปลาดุก ปลาสลิด ปลานิล ปลาหมอ ...ฯลฯ ท่านบอกท่านชอบปลา..(เพราะบ่อปลาไม่ต้องดายหญ้าและทำได้ตลอดไม่เหมือนปลูกข้าว) ประมาณเลี้ยงไว้ดูเล่นก็มี ท่านสรุปให้ฟังว่าอายุมากขึ้นอาจดูแลไม่ไหว บางอย่างบางโครงการอาจต้อง ยุบ หรือใช้ ม.44 (ไม่นะเกี่ยวคับ) ต้องทำขนาดเท่าที่ดูแลไหว..ผมถามถึงครอบครัวของท่าน ท่านกล่าวว่า กว่าท่านจะค้นพบวิถีทางของตนเองก็อายุมากพอควร และกล่าวว่า  “นานาจิตฺต” บางคนกินเผ็ด บางคนชอบกินหวาน (ความพอดีของแต่ละคนไม่เหมือนกัน)  .....